สวัสดีค่ะ วันนี้เพชรจะพามาแอ่วร้านอาหารไทยๆ ขนมไทย บรรยากาศ Rooftop
แบบไม่ต้องไปไกลถึงอยุธยาเลยค่า

เดินขึ้นมาถึงชั้น 5 หอบหน่อยๆ หิวได้ที่เลย

บรรยากาศในร้าน ถือว่าทำดีคุมตีมมากๆเลยค่ะ ไทยพื้นบ้านเหลือเกิน

มุมน้ำสมุนไพร และ บาร์ขนมหวาน
พ่อค้าแซ่บๆก็ติดมาด้วยแห้ะ

ขนมหวาน มีทั้ง ฟักทองแกงบวช กล้วยบวชชี ครองแครง

ตรงนี้จะเป็นขนมไทยแบบเป็นชิ้นๆนะคะเปลี่ยนไปทุกวัน

พร้อบสำหรับแต่งตัว ถ่ายรูปเล่นได้ เล็บยาวมากเว่อะ


มาถึงแล้วก็อย่าให้เสียเที่ยว ถ่ายสะหน่อย
ทางร้านบอกว่าอนาคตจะเพิ่มชฎาให้ด้วย เล่นใหญ่จัดเต็มสะจริง ><


หิวแล้วค่า มาดูสิว่ามีอะไรให้เรากินบ้าง
จานนี้ชอบมากค่ะ ผัดไทกุ้งสด สูตรลับจากโรงแรมดัง ใครมาแนะนำให้สั่งเลย
ยำแหนบข้าวทอดก็แซ่บ อยากสั่งหลายอย่างเลย แต่เราต้องเผื่อท้องสำหรับของหวาน

ครองแครง ทุกอย่างมาในภาชนะที่เข้าตีมมากค่ะ
ครั้งหน้าอยากมาลองข้าวเนียวมะม่วง กับไอติมขนมไข่กะทิโบราณที่เค้าว่าดีย์ไม่แพ้กัน

อิ่มแล้วก่ออกมารับลมด้านนอกมั่งดีกว่า
ชอบความผ้าขาวม้ามากค่ะ
โซนนี้เหมาะนั่งชิว เม้ามอยกับเพื่อนๆ เพื่อนดึกๆ บรรยากาศดีมาก เห็นวิวสะพานพระราม8 น้อยๆ
ที่นี่มีคราฟเบียร์ไทยบริการหลากหลาย


สั่งขนมครกมาเพิ่ม 555 เพราะมันน่ารัก ยกมาทั้งครก ร้อนๆกรอบนอกนุ่มใน น่ารักน่าชัง
ได้อารมณ์แคะกินจากครกเลยทีเดียวคร่า


ร้านเปิด 11.00-เที่ยงคืนเลยนะคะ
ใครที่อยากชวนเพื่อนๆก๊วนตั่งต่างมานั่งกิน หรือเพื่อนต่างชาติคงจะถูกใจมากมาย

เพชรแปะแผนที่ไว้ให้
ก่อน 6 โมงจอดรถได้ที่ SCB ด้านข้างนะคะ
หลัง 6 โมงจอดริมถนนฝั่งตรงข้ามได้


พิกัด: ย่านบางลำภู ถนนพระสุเมรุ บนตึกชนะการแพทย์ ชั้น5
หาไม่เจอ โทร 085-484-4044 ถามทางได้ค่ะ

"ไปโบรโม่กัน" เมื่อเพื่อนมาชวน เพชรตอบ "ไปปปปป" แบบไม่ต้องคิด เพราะมันกำลังฮิตมาก เราก้อยากจะไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง และที่ชอบที่สุดคือ ไม่ต้องจัดทริปเอง เพื่อนน่าร้าก ทำให้หมดเลย



เริ่มจากหาไกด์ฝั่งอินโด ซึ่งตามมาจากกระทู้แนะนำในพันทิปเนี่ยแหละว่าดีมาก
ติดต่อสักพัก พี่ฮาดิ (แค่ชื่อก็ฮาแล้วอ่ะ 555) ก็เริ่มวางแผนเที่ยวมาให้เราคร่าวๆตามนี้

Date 19 april
-pick up airport
-tanah lot
-GWK /(pandawa beach and melasti beach
-Sunset uluwatu
-check in kuta balisandi/j4

Date 20
-after break fast check out also
-waterfall teganungan
-monkey forest
-tegalalang paddy terrace
-coffee luwak with templation
-tirta empul
-coffee break and check in hotel puripaddy

Date 21
-after breakfast and check out also
-ulundanu temple
-lake twin
-harbour
-check in catimor ijen

Date 22
01.00 go to ijen trecking
-waterfall 
-go to bromo
-sunset if have time n good weather

Date 23 plan 1
03.00 bromo tour
-breakfast hotel
-waterfall madakaripura
-go to surabaya
-check in

Date 24
-go to airport


Date 23 plan 2
-bromo tour
-waterfall
-sunset bromo
-stay bromo again

Date 24
-03.00 check out also take photo view poin 1 bromo 
-07.00 go to airport

ซึ่งของจริงมีเปลี่ยนบ้างนิดหน่อยตามสถานการณ์
เอาหล่ะ !! เริ่มเดินทางกันเถอะ

เพชรกับสมาชิก รวม 6 ชีวิตเจอกันที่สนามบิน (อีกคนเดี๋ยวตามมา)
ปรากฏว่าเพื่อนที่เป็นคนติดต่อและจัดการทุกอย่าง พาสปอร์ตใกล้หมดอายุเกิน 6 เดือน ทำให้เดินทางไม่ได้ ต้องไปทำพาสปอร์ตเร่งด่วน ซึ่งแพงขึ้นมากประมาณ 3,000 แล้วเลื่อนไฟท์ตามไปอีกวัน ใครจะเดินทางก็อย่าลืมเชคกันเด้อ เสียดาย

เอาหล่ะสิ่ ไอ่ที่เหลือก็ไม่รู้เรื่องกันเลยฮับ 5555

มาถึงสนามบิน พวกเราก็หาตัวพี่ฮาดิกันจนเจอ
รถที่พี่เค้าพาเราเดินทางค่อนข้างดีเลย เป็นแวนใหญ่นั่งสบายเฟร่อ
จุดหมายแรกที่เราจะไป คือ Uluwatu Temple เป็นวัดบนเขาที่ต้องเดินเท้าข้นไปชมวิว
ตรงนี้เค้าจะมีผ้าถุงให้ ถ้าใครที่ใส่ขาสั้น อิชั้นนุ่งผ้าถุงแดงเลยจ้า

ที่นี่เค้ามีเจ้าถิ่นคือน้องจ๋อ พี่ฮาดิได้เตือนว่ามันจะขโมยทุกสิ่งอย่างไปจากเรา
แว่นตา หมวก ตุ้มหู อะไรที่ถอดได้ ถอดออกให้หมดเลยจะปลอดภัยกว่า


หน้าตาคนโดนขโมยแว่น 5555 ต้องซื้อถั่ว เอาถั่วให้ลิงแลกกับแว่น

มาถึงจุดถ่ายรูปสุดฮิตแล้วค่า
ด้วยความเหนื่อย เมื่อ และร้อน ถ่ายให้คุ้มหน่อย 5555

หลังจากนั้นเราไปต่อกันที่ Tanah Lot Temple
ดูเหมือนเป็นที่ประกอบพิธีกกรมทางศาสนาของเค้านะ


หินค่อนข้างลื่น เรามาถึงมืดแล้ว ฝนตกปรอยครึ้มๆ เลยถ่ายรูปยากนิดหน่อย

เข้าโรงแรมกันเถอะ
คืนนี้เราพักกันที่ Kuta balisandi (โดยไม่รู้ตัวจ้าว่านี่จะเป็นที่พักที่ดีที่สุดของทริปนี้แล้ว 5555)

แต่ใครว่าเราจะพัก ไหนๆต้องหาที่ออกมาเดินเล่นสักหน่อย
เราก็มาจบกันที่ร้าน extremely good SHISHA cafe ชื่อร้านดูน่าสน ^_____^
เมนูบารากุที่นี่ดีมาก ลืมของที่ไทยไปเลยค่า
เราสั่งรสที่เป็น spacial ของวันนั้น และค็อกเทลคนละแก้ว

หน้าตาดูดีทีเดียว
วันแรกของเราก็จบลงแบบมึนเมา เย้ย มึนงง

วันที่ 2
พี่ฮาดินัดเราแต่เช้า
แต่เราก็ตื่นเช้ากว่าเพื่อมาถ่ายรูปเล่น
ตื่นมากิน breakfast ของโรงแรมและออกเดินทาง
ขับเข้ามาเขต Ubud
ที่แรกเราจะไปที่ Tegalalang paddy terrace เหมือนเป็นนาขั้นบันไดของเค้าน้ะ (เออะ หนูศึกษาทริปมาก่อนบ้างมั้ยลูก ><)
ร้อนฝุดๆ เลยซื้อหมวกงอบ จากร้านขายของที่ระลึกข้างทาง (ข้ออ้าง 555 จิงๆคือเอามาเป็นพร็อพถ่ายรูปนั่นเอง โห๊ะๆ)
แวะกินไอติมสักโคน สีสดใสเว่อร์ รสแก้วมังกร


ไปต่อค้า Monkey forest ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรมาก มีลิงเยอะๆกับ รูปปั้นลิง เป็นป่าๆ ให้เราเดินเข้าไป ปีนป่ายเล่น

ตรงนี้ตลกมากค่ะ เค้าจะมีให้เราซื้อกล้วย แล้วถือไว้บนหัว เจ้าจ๋อมันก้จะมาเกาะไหล่ เกาะหัวเราค่า บรื๋อ


Tirta empul เป็น Holy water Temple เค้าจะไปอาบน้ำในบ่อศักดิ์สิทธิ์ เพื่อล้างบาปตามความเชื่อของฮินดู
เราไม่ได้ลงไปอาบหรอกค่ะ คนเยอะมาก ขอชมบรรยากาศพอเด้อ






เหนื่อยล้ะค้า ชาวสโลว์ไลฟ์อย่างเราขอพักคาเฟ่แพรบ
Coffee luwak เป็นร้านกาแฟชื่อดังทำจากขี้ชะมด ข้างหน้ามีกรงชะมด แล้วให้ดูกรรมวิธีการทำส่วนต่างๆ
เค้าต้องเอาเมล็ดกาแฟ ให้ตัวชะมดกินเข้าไป แล้วก่ขี้ออกมา เอาไปคั่ว บดมาเป็นกาแฟ เค้าว่ามันจะเพิ่มการหมักทำให้กลมกล่อม


มาเป็นเซตเลยค่ะ มีหลายรสเลย มอคค่า วานิลลา ชา ชาวานิลลา ชาขิง รสชาติแปลกๆ
ปกติเพชรไม่กินกาแฟเลยไม่รู้ว่าแบบนี้จะเรียกไม่อร่อยรึเปล่า แต่ไม่ได้ปลื้มเท่าไหร่ พวกชายังพอไหว
มีที่แวะซื้อของฝากนะคะ มีทั้งกาแฟแบบเม็ดและแบบผง นี่ซื้อกลับมาให้พ่อ พ่อดูไม่อินแห้ะ นางบอกตะกอนเยอะมาก คนนานกว่าจะละลายชงได้ 55555

นั่งรถต่อ ไปน้ำตก Waterfall Teganungan ซึ่งเป็นน้ำตกชื่อดังของที่นี่
รอคิวให้ฝรั่งถ่ายรูปค่า เค้ามีการเตรียมตัวอย่างดี มีบิกินี่ไป สวยงาม
ส่วนเราก็นักเลงค่ะ ลงไปทั้งอย่างนี้แหละ




จบโปรแกรมวันนี้ เข้าเช็คอินที่ โรงแรม Hotel puripaddy
ออกไปเดินเล่นตามเคยค่า แต่ไม่ค่อยมีอะไรน่าทำ เราเลยมานวดเท้าที่แสนจะระบบของเราแทน
พนักงานทักว่าอายุ18 นึกว่าเราเป็นคนเกาหลีไปอีก

วันที่ 3 แล้วว
วันนี้ท้องฟ้าสดใส เรามุ่งหน้าไป Ulundanu temple
วิหารที่อยู่ในทะเลสาบ Bratan ที่เราจะเห็นได้ในแบงค์ 50,000 รูปีนี่เอง
สวยนะ ปลอดโปร่งดี




แอคทิวิตี้วัยรุ่นอย่างเรา "ปั่นเป็ด" นี่เองค่า เค้าให้ปั่นเล่น30นาที
สบายมาก เพราะเราฝึกปั่นที่สวนลุมมาแต่เด็กแล้ว 5555 (ภาพในหัวนะคะ)
ของจริงคือเราเมื่อยสุดขีด ที่นวดมาเมื่อคืนหมดกัน แล้วลมก็พัดเราเกือบจอดไม่ได้ ฮ่าๆ สนุกดีค่ะ

โฆษณาซัลซิลเอง 5555
หมดที่เที่ยวเมืองนี้แล้วค่ะ เดวเราจะไปที่ท่าเรือ เพื่อข้ามเรือไปเกาะชวา เหมือนเรือข้าวเกาะบ้านเราเลยค่ะ

เพชรเป็นกัปตันเอง 5555 นางชักชวนพวกเราลงมาเล่นห้องกัปตันเหลือเกิน ป่าวค่ะ มันมีแอร์ เราลงมาตากแอร์ตะหาก
ขับรถต่อไปอีก 5 ชั่วโมงได้มั้ง กว่าเราจะถึงที่พักเพื่อเตรียมขึ้นเขาอิเจี้ยนในวันพรุ่งนี้
มาถึงก็มืดแล้วค่า

และหิวข้าวมากๆ
จะบอกว่าพี่ฮาดิ เป็นคนนำเที่ยวที่ไม่ค่อยวางตารางการกิน เหมือนลืม อยากให้เราเที่ยวคุ้มเบอร์ไหน 5555 พวกเราคนไทย สายกินคร่า ระหว่างเดินทางต้องขอเค้าแวะกินมาม่าร้านสะดวกซื้อเอา ฮือTT และสมาชิกเราก็ทดลองกินเบียร์ให้ครบทุกยี่ห้อ 555

หลังจากวันนี้ไปทุกอย่างจะเริ่มกันดารมากขึ้น ที่พักก็ไม่ได้หรูหราหมาเห่าแล้วค่ะ เอาไว้ใช้นอนอย่างเดียวจริงๆ
มีสระว่ายน้ำ และบ่อน้ำร้อน ผู้ชายกำยำ 5 คนได้ลงไปจับเข่าคุยกันในนั้น
นี่มันหม้อชาบูแน่ๆ 555555
รีบนอนค่ะ เพราะแพลนพรุ่งนี้เราคือ ตื่นตี 2 เพื่อขึ้นเขาพิชิต Ijien

วันที่4
เช้ามืดตีสอง หนาวสะท้านมาก ระหว่างรอการเคลื่อนพลนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นอิเจี้ยน
เราไปชงไลโลกับมาม่ารอ เตรียมตัว คาดไฟฉาย เอาผ้าปิดจมูกกันไปให้ครบ

ก่อนมาเพชรแทบไม่ได้อ่านอะไรมาเลย รู้แค่ว่าต้องเอาหน้ากากมากันกำมะถัน

เป็นอะไรที่โหดหิน หลายกิโล กับทางชัน มืดๆ วนรอบเขา แฮ่กเลยค่า เราหยุดพักเป็นระยะ
กว่าจะผ่านไปครึ่งทาง ข้อเข่าเสื่อมฉับพลันเลย 555
เค้าจะมีบริการรถแท็กซี่ ไม่ใช่อูเบอร์นะเด้อ มันคือรถลากที่จะมีคนลากเราขึ้นไปตามทาง ถ้าเราเดินไม่ไหวจริงๆ หลังๆถอดใจเว่อร์ อยากจ้าง แต่คันนึงมันแพงยุ จำใจเดินต่อไปจ้า ทุกๆระยะราคาจะลดลง ประมาน 3 ใน 4 ของทาง สมาชิกของเรา 2 คน ยอมจำนน พร้อมเปย์ เลยได้นั่งรถลากขึ้นไป เหมือนเป็นเจ้าหญิงบนเสลี่ยงเลยค่า (เราฝากของไว้ในรถเพื่อนได้นะ ค่อยเบาหน่อย)

ในที่สุดก็มาถึง ประมาณตีห้า (omg เราเดินขึ้นเขากันมา 3 ชม.หรอเนี่ย) ซึ่งหมอกและฝุ่นในวันนั้นเยอะมาก ทำให้เราไม่เห็น Blue Flame ซึ่งเป็นที่เดียวในโลก ทำให้นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกแห่มาที่นี่ จะเห็นได้ตอนเช้ามืดเท่านั้น เพราะถ้ามีแสงก็จะไม่เห็นแสงสีฟ้าแล้วค่า แสงสีฟ้าเกิดจากลาวาภูเขาไฟระเบิดผสมกำมะถัน (น่าจะประมานนี้นะ คิดว่า 5555)

พอถึงข้างบน กลิ่นกำมะถันเริ่มแรงแล้วค่ะ พี่เค้าจะเริ่มแจกหน้ากาก นั่งเล่นรอจนฟ้าสว่าง เราเดินต่อไป Crater lake เป็นทะเลสาบสีฟ้าบนยอดเขา


ด้วยสภาพอากาศ เพชรไม่ได้เดินลงไปถึงข้างล่าง เหมือนที่เหนรีวิวคนอื่นเค้าไป แต่พี่ฮาดิพาเราไปจุดถ่ายรูปเทพๆ เราต้องนั่งรอให้หมอกจางเป็นระยะ ถึงจะถ่ายภาพสวย แต่เดินขึ้นมากขนาดนี้ รอหน่อยคงได้ 5555 สวยสมราคาคุยพี่แก

ถ่ายหมู่เป็นที่ระทึกสักหน่อย

ลงมาด้วยความเหนื่อยอ่อนหมดแรงไปตามๆกัน ตัวคลุกฝุ่น
พี่เค้าแวะพาเรากินข้าว อาหารที่นี่ประหลาดมาก ไก่ไม่มีเนื้อทอดจนแห้ง เครื่องเขียง ผัดผักเค้าจะจืดๆชืดๆเย็นๆ
เอาเป็นว่า ในโลกนี้ อาหารไทยคือดีที่สุด คือสวรรค์เลย 5555

เดินทางเพื่อไปโบรโม่กันต่อ น่าจะอีก 3-4 ชม. ได้ เหนื่อยกันมาก หลับทั้งรถค่า
ถึงที่พักช่วงหัวค่ำ เข้าไปเก็บของสักพัก ออกมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ค่อยหายหนาวหน่อย

พี่ฮาดิพาเราเดินไปทางช่องลับ (อีกแล้ววว) แอบมาเดินเล่นดูภูเขาไฟก่อน จุดหมายวันพรุ่งนี้ของเรา

วันที่ 5
ตื่นตีสี่อีกแล้วจ้า แต่งตัวเตรียมขึ้นไปจุดชมทำเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น พี่ฮาดิพยายามพาเราไปจุดที่ไม่มีคน ไม่งั้นจะไม่ค่อยมีที่ดู ที่ตั้งถ่ายภาพ ตีห้าหนาวยะเยือกค่ะ ปีนป่ายขึ้นเขา เราควรจะอยู่สูงๆหน่อยจะได้เห็นชัดๆ


เราเดินทางด้วยรถจิ๊ปกัน การจราจรอึดอัดมากค่ะ รถจิ๊บนับร้อยนักท่องเที่ยว ก็ต้องมาเวลานี้พร้อมกัน รถจิ๊บขึ้นมาได้ถึงแค่จุดนึง เราต้องต่อมอเตอร์ไซค์ปะทะลมอีกหน่อย


แล้วพระอาทิตย์ดวงน้อยของเราก็ค่อยเริ่มฉายแสงขึ้นมาก พร้อมกับหมอกที่คอยๆจางลงค่ะ







เราอยู่ถ่ายรูปจนพอใจ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาไปถ่ายรูปกับรถจิ๊ปค่า
(สารภาพว่าทริปนี้มาเพราะอีถ่ายรูปรถจิ๊ปเนี่ยแหละ เห็นเพื่อนไปถ่ายเป็นแก๊งค์แล้วสวยดี)


เรากะลังจะออกเดินทางไปดูปากภูเขาไฟ ซึ่งจะไปต่อด้วยการขี่ม้า
เย่ เย่ เย่ จะได้ขี่ม้า (ชอบม้า ชอบม้า รูปร่างหน้าตายังงี้ เย้ย 55555)
ชอบจิงค่ะ ไปเจรจากับเจ้าของม้า เพราะเค้าจะมารับคืนหลังเราลงมา นางให้ป้ายชื่อม้าเอาไว้

คนเยอะค่ะ ขี่ม้าเรียงแถวกันไป

ทางขึ้นมันมีบันไดขาขึ้นกับขาลง แต่ว่าคนเยอะมาก วันที่เพชรไปเหมือนเปนวันอาทิตย์ซึ่งคนอินโดเอง ก็พาครอบครัวมาเที่ยว
วัยรุ่นใจร้อนอย่างเราก็ไม่รอค่า ปีนหินลาวาข้างๆขึ้นไปแทน 555 ลุกลุกคลุกคลานมาก เล็บดำหมดเพราะใช้มือตะกุยหินขึ้นไป ระยะทางยาวอยู่เหมือนกัน


ปากปล่องก้คนแน่นมากค่ะ ต้อพยายามหาที่ๆโล่งๆจะได้ถ่ายรูปได้ เบียดเสียดกันอยู่ที่ขอบ
ต้องอยู่สักพักนึง เพราะปีนขี้นมาสูง 555 เดี๋ยวไม่คุ้ม
จิงๆมันมีทางเดินไปต่อไปขอบด้านที่ไม่มีคน แต่พวกเราขี้เกียจฝ่าฝูงชนไปแล้วค่ะ อยู่สักพัก ก้ลงไปต้มมาม่ากินข้างล่าง  55

อีกวันไม่มีอะไรมากค่ะ เราเตรียมตัวเดินทางกลับกัน
ใครที่ชอบขี่มอเตอร์ไชค์ เป็นนักบิด สามารถเช้ามอเตอร์ไซค์ขับเล่นในโบรโม่ได้นะคะ


สนนค่าเสียหาย
- ค่าตั๋วเครื่องบินขาไป ลงบาหลี (นน. 20kg+ข้าว1มื้อ) 4,332 บาท
- ค่าตั๋วเครื่องบินกลับ จากสุราบายา (นน. 20kg) 4,542 บาท
- ไกด์หาร 7 คน ตกคนละ 27,600 (รวมหมดแล้วค่ารถค่าอาหารทั้งทริป)
- Pocket Money แลกไปแค่ 7,000 บาท อยู่รอดค่ะ จะได้ใช้แค่ที่บาหลีเท่านั้นแหละ พอขึ้นป่าไปแล้วไม่มีที่ให้ใช้เลย แต่คุ้นๆว่ามีแลกจากน้องที่ไปด้วยเพิ่มนิดหน่อย 5555
รวม 43,474 บาทค่า

สื่งที่ควรเตรียมตัวก่อนไปทริปโบรโม่
1. ของกินติดตัวค่ะ ขนม อะไรที่เก็บได้ ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรถูกปากกิน ยิ่งออกจากบาหลีมาแล้ว ร้านดีๆก็หายาก เป็นทริปที่น้ำหนักลง2กิโลนะคะ อาจจะเดินเยอะแล้วไม่ค่อยมีไรกิน 5555 กินเยอะสุดคือมาม่าคัพ
2. รวมกลุ่มเพื่อนแล้วเลือกจ้างไกด์ให้ดีค่ะ ถ้ามีคนนำทางอะไรก็ง่ายหน่อย คุยกันรู้เรื่อง ใครที่อยากติดต่อพี่ฮาดิ นางเล่นไลน์นะคะ id: hadihaesss (มันฝากได้ป่าว ไม่รู้ถูกกฎมั้ย 555) แต่พี่แกน่ารัก ตลก คุยง่าย ที่สำคัญนางชอบถ่ายรูปเหมือนกัน ไม่รำคานถ้าเราจะถ่ายกันนาน บอกนางให้พาไปกินร้านอร่อยๆบ้างจะดีมาก ฮ่าๆ
3.